วันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2553
มีแฟนหน้าตาดี ให้คุณหรือโทษกันแน่ ?
เช่น หากแฟนเป็นชายก็ล้อ หล่อ, ถ้าแฟนเป็นหญิงก็แสนสวย ไม่ขี้เหร่ แต่ดูดีมีสง่าราศีละก็ เอ๊ะ
แล้วการมีแฟนหล่อๆ สวยๆหยั่งงี้ จะส่งผลดีหรือผลเสียกับการเป็นคู่รักคู่รส ยังไงน้า? อยากรู้มะ
จะเข้ากะเราได้มากน้อยแค่ไหนสิถึงจะถูก ขืนเลือกแฟนเพราะหน้าตาอย่างเดียว ระวังน้ำตาจะตกใน เด้อ อ้อ...ถึงแม้จะพูดหยั่งงี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าคนหน้าตาดีจะนิสัยไม่ดีเสมอไป
เพราะพวกที่หล่อระเบิดหรือสวยบาดใจแถมนิสัยดีก็มีเยอะแยะ ตรงนี้อยู่ที่ดวงใครดวงมันแล้วล่ะ ขืนดวงกุดก็แย่หน่อยล่ะ
ข้อดีอย่างนึงของการมีแฟนหน้าตาเลิศสะแมนแตนก็คือ
ทำให้คิดเข้าข้างตัวเองไงว่า เราช่างโชคดีอะไรเช่นนี้ แถมยังชอบ เหล่ตามองแฟนตัวเองบ่อยๆ ด้วยใช่ม้า ดังนั้นทายสิว่า
ข้อดีและข้อเสียของการมีแฟนหน้าตาสุดเลิศมีอะไรมั่ง? เอ้า ไม่ต้องคิดกันนาน เพราะกะเฉลยเป็นแซมเปิ้ลให้ฟังอยู่แล้ว เช่น...
1. ใครมีแฟนหน้าตาดี เพื่อนๆ ก็มักจับกลุ่มสรรเสริญว่า อู้หู แฟนแกสุดยอดเลยว่ะ
พร้อมกับแสดงท่าทางอิจฉาปนยินดีกับเพื่อนด้วย แต่รู้นะว่าอิจฉาเพราะเพื่อนมีแฟนหน้าตาดีกว่าแฟนของตัวใช่ไหมล้า หนำซ้ำไอ้คนที่มีแฟนหน้าตาดีก็อยากอวดให้คนอื่นเห็นซะด้วยสิ
2. แต่โชคร้ายก็คือ อาจมีใครๆมารุมตอมอยากแย่งเค้าไปเป็นแฟนน่ะซี
ถ้าเผื่อแฟนคุณใจไม่แข็งพอละก็ โอกาสเปลี่ยนใจ หรือหลายใจไปชอบคนอื่นก็ง่ายน่ะสิ ยิ่งถ้าฝ่ายที่มาจีบรู้ทั้งรู้ว่าเค้ามีแฟนแล้วแต่ก็ยังหน้าด้านละก็ สัญญาณ อตร. อันตรายก็เริ่มแล้วล่ะอีหนูรู้ไว้เหอะ
3. การมีแฟนหน้าตาดีพลอยให้คู่รักคู่นั้นได้รับการปฏิบัติอย่างกะเป็นผู้มีอภิสิทธิ์เหนือ คนอื่น
เช่นถ้าเข้าไปในร้านขายของ ไม่ว่าจะไฮโซหรือโลโซก็เหอะ คนขายมักใจอ่อนยอมลดราคาสินค้าให้คู่ดูดีนี้ในอัตราพิเศษกว่าลูกค้าคนอื่น หรือเวลาชวนกันไปทานข้าวข้างนอก พนักงานเสิร์ฟก็มักเชิญให้ไปนั่งโต๊ะซึ่งมีบรรยากาศวิไลกว่าชาวบ้านอยู่เรื่อย... ช่วยไม่ได้นี่หว่าคนหน้าตาเลิศเลอเพราะบุญเก่าก็ดีงี้แหละ
4. แต่หากมีใครมาทำกะลิ้ม-กะเหลี่ยแฟนคุณเข้าล่ะ จะเก็บอารมณ์ เพชรหึงไว้ไม่ให้ระเบิดออกมาไหวเรอะ
นั่นก็หมายฟามว่า การมีแฟนหน้าตาดีก็ไม่ได้ทำให้มีความสุขนักหรอก ยิ่งใครอยากมีสันติภาพในชีวิตนะ อย่ามีเลยแฟนหน้าตาดี แค่ หน้าตาธรรมดาก็พอ จะได้ไม่ต้องระแวงกันไง
5. คนหน้าตาดี ส่วนมากชอบของหรูหรา
ราคาแพง ยิ่งถ้าเป็นสินค้าแบรนด์เนมยิ่งดี เพราะรสนิยมวิไลตามหน้าตาไปด้วยไง คนหน้าตาดีจึงเหมาะที่จะมีแฟนเป็นผู้มีฐานะคหบดี, เป็นเศรษฐี, เป็นอาเสี่ย, เป็นไฮโซ หรือไฮซ้อ ไม่ใช่ใครอะไรก็ได้ เข้าใจ๋
6. บางคนที่หน้าตาดี มักเจ้าชู้ด้วย ว่ามะ
โถ หนุ่มหล่อและสาวสวยมักถูกใครๆ ทั้งมองและทั้งตอมนี่นา ไหนจะอยากรู้จัก อยากพูดคุยด้วย เค้าจึงได้เจอะเจอผู้คนมากหน้าหลายตามากกว่าคนธรรมด๊า ธรรมดาน่ะสิ ดังนั้นโอกาสที่จะเจ้าชู้ หรือ แม้ไม่ได้เจ้าชู้หรอก แต่ดูเหมือนเป็นคนเจ้าชู้แฮะ เอ๊ะ แล้วคนที่จะมาเป็นแฟนทนได้ไหมเล่า
7. คนหน้าตาดี มักหางานทำได้ง้าย ง่าย
จึงไม่ต้องห่วงว่า คนกลุ่มนี้จะตกงานหรือบ่จี๊ แถมอาจได้เงินเดือนดีซะด้วยดิ ขอเพียงไม่ทำตัวเป็นคนหลักลอย หรือขี้เกียจละกัน เพราะไม่งั้นหน้าตาดีก็ช่วยให้ครอบครัวมีฐานะมั่นคงขึ้นมาไม่ได้หรอก ใครขืนมีแฟนหน้าตาดีก็จริงแต่ดันรักสบาย ไม่อยากทำงานทำการ...อื้อหือ มันยิ่งกว่าตกนรกซะอีก
ในเมื่อมีผู้ชายล้างมือน้อยกว่าหญิงหยั่งงี้ มือของหนุ่มๆ จึงเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคได้
แต่ใช่ว่าพวกคุณจะสวีตหวานกันไม่ได้นะ เอางี้ ก่อนยอมให้เค้าแตะเนื้อต้องตัว ควรถามว่าล้างมือรึยัง? แต่ขืนถาม ตรงไปตรงมาเลยย่อมไม่ได้การอีก ทางที่ดีสาวควรรู้จักแฟนหนุ่มให้ดีซะก่อน ว่าเค้าอนามัยแค่ไหน ไม่ ใช่อยากถามก็ถาม เดี๋ยวเค้าระคายหูและเสียความรู้สึกขึ้นมา ก็จบเห่กันพอดี มีแฟนแล้วต้องมีวาทศิลป์ ด้วยสิ
ข้อคิดดีๆสําหรับความรัก
1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน
แต่ไม่มีความกล้าพอ ที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง
2. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความรู้สึก ความลุ่มหลงและความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว
3.สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา
แต่มาค้นพบภายหลังว่า เราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป
4. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลง ไปแล้วเนิ่นนาน จนกระทั่งเรามองไม่เห็น ประตูแห่งความสุขบานอื่น ที่เปิดไว้รอ
5. เพื่อนที่ดีที่สุดคือ คนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ
แต่สามารถเดินจากไป ด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด
6. เป็นความจริง ที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่ จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป... แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้าง จนกระทั่งผลของสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา
7. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคน ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้นก็ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง
8. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน
แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวก โดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ
9. อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว
อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณยังไม่สามารถ "ทำใจ"
10. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดและมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ
ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน
11. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย
เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียวสามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส
12. การที่เราจะประทับใจใครนั้น อาจใช้เวลาแค่เพียงนาทีการที่เราจะชอบใครอาจใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครอาจใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลา ชั่วชีวิต
13. ขอให้คุณมีความสุขมากพอ ที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอ ที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอ ที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์และมีความหวังมากพอ ที่จะทำให้คุณเป็นสุข
14. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวด จากสิ่งเดียวกันเช่นกัน
15. จุดเริ่มของความรักคือ การปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่า เราต้องการเพียงภาพสะท้อนของตัวเราที่ปรากฎในตัวเขา
16. คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขาม ีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก
17. อนาคตที่สดใส มีรากฐานอยู่บนอดีตที่ถูกลืม คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวาง จากความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ
18. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ...
วันจันทร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2553
ติดกาแฟ มีวิธีเลิกอย่างไร

ในทางการแพทย์ได้กำหนดให้มีอาการที่เรียกว่า ภาวะติดคาเฟอีน(caffeine dependence) เช่นเดียวกับสารเสพติดอย่างสุรา ซึ่งภาวะดังกล่าวถูกกำหนดอยู่ในคู่มือการวินิจฉัยโรคทางจิตเวช ที่เรียกว่า DSM-IV เหตุผลเนื่องจากคาเฟอีนเป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางโดยมีสูตรโครงสร้างคล้ายสารสื่อประสาทที่ชื่อว่าอะดีโนซีน(Adenosine) ผลก็คือทำให้ในสมองมีสารโดปามีน (Dopamine) และ ซีโรโตนิน(Serotonin)เพิ่มสูงขึ้น สารทั้งสองตัวนี้มีฤทธิ์ทำให้สมองตื่นตัว และทำงานหนักขึ้น รวมถึงความรู้สึกพึงพอใจจากการดื่มกาแฟ หลังจากดื่มกาแฟแล้วคาเฟอีนจะเข้าสู่กระแสเลือดและเข้าสู่สมองภายใน 45 นาที และมีฤทธิ์อยู่ประมาณ 3-5 ชั่วโมง
สำหรับเทคนิคการเลิกดื่มกาแฟ โดยเฉพาะในคนที่มีอาการติดคาเฟอีน หมอขอแนะนำวิธีการเบื้องต้น ดังต่อไปนี้
2. สำรวจว่า นอกจากกาแฟแล้ว ท่านยังได้รับคาเฟอีนจากอาหารชนิดใดอีกบ้าง เช่น ชา โกโก้ ช็อคโกแลต ซีเรียลรสโกโก้ เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น จากนั้นให้ลดการบริโภคทุกอย่างร่วมกับการลดปริมาณกาแฟที่ดื่มในแต่ละวัน หรือเลิกบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้
3. นอนพักผ่อนอย่างเพียงพอในตอนกลางคืน อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
4. ดื่มน้ำสะอาดวันละประมาณ 1-2 ลิตร และการรับประทานวิตามินบีรวม ซึ่งจะช่วยทุเลาอาการอ่อนเพลีย
5. การออกกำลังกาย จะช่วยให้สมองเพิ่ม ซีโรโตนิน(serotonin) และโดปามีน(dopamine) ได้เช่นเดียวกันกับการได้รับคาเฟอีน
6. งดดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่
7. รับประทานอาหารเช้า เพราะระดับน้ำตาลในกระแสเลือดที่เพียงพอจะช่วยให้สมองและร่างกายทำงานได้โดยไม่อ่อนเพลีย
8. หากิจกรรมหรืองานอดิเรกทำ เพื่อหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ และควรหลีกเลี่ยงการไปร้านกาแฟ
9. หากมีอาการปวดศรีษะระหว่างงดกาแฟ สามารถรับประทานยาพาราเซตามอล หรือแอสไพรินได้ ไม่ควรรับประทานยาแก้ปวดไมเกรนซึ่งมีส่วนผสมของคาเฟอีนอยู่
10. หากมีอาการหงุดหงิด ใจสั่น อาจจะใช้วิธีอาบน้ำเย็นช่วย
8 ข้อห้าม ยามทะเลาะกัน
เคยไหมที่คำว่า 'คุณไม่เคยเข้าใจฉันเลย' ทำให้อะไรๆ กลับยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิม คุณอาจจะเมินหน้าหนี ไม่พูดไม่จากัน คุณอาจจะหันหลังให้กันในขณะที่บรรยากาศแห่งความน่าอึดอัดนั้นจะยังคง อัดแน่นอยู่ในหัวใจ
นั่นเพราะความเข้าใจกันเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ความรักมั่นคง คุณจึงไม่ควรโทษว่าความผิดพลาดหรือการกระทบกระทั่งกันด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้น เป็นผลมาจากการที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ใส่ใจหรือรักที่นับวันจะยิ่งลดน้อยลงจนคุณรู้สึกได้บางครั้งมันอาจจะไม่เป็นเช่นนั้น เรื่องของคนสองคนไม่จำเป็นที่จะต้องมีคนผิดเสมอไปท้ายที่สุดคุณอาจพบว่าเรื่องจริงของความไม่เข้าใจนั้นอาจเกิดจากการที่คุณสองคนไม่รู้จักปรับตัวเข้าหากันก็เป็นได้
2. ยกเอาจุดอ่อนของอีกฝ่ายขึ้นมาพูด
เมื่อถึงจุดหนึ่งที่คุณไม่รู้จะยกอ้างสรรหาคำพูดอะไรที่จะมาด่าทอใส่กัน คุณอาจจะพลั้งเผลอยกเอาข้อด้อยของอีกฝ่ายขึ้นมาพูดอย่างไร้เหตุผลคุณเชื่อไหม ...หลายคู่ต้องจบกันด้วยสาเหตุจากเรื่องไม่เป็นเรื่องเช่นนี้เอง ไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่คุณจะหยิบยกเอาจุดอ่อนของคนรักขึ้นมาพูดเพราะก่อนที่คุณจะคบกันนั่นหมายความว่าคุณสามารถยอมรับความเป็นตัวเขาหรือเธอได้ตั้งแต่แรกแล้ว ดีไม่ดีการกระทำเช่นนี้อาจทำให้คุณดูแย่ลงในสายตาคนรักและสุดท้ายคุณอาจจะกลายเป็นคนผิดในเรื่องนั้น ๆ ก็เป็นได้
3. ขุดเรื่องเก่าขึ้นมาพูกเปน "ครั้งที่ ล้าน" เรื่องเก่าๆ ก็คือเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ประโยชน์อะไรที่คุณจะไปรื้อฟื้นมันขึ้นมาเพื่อ ทำให้บรรยากาศที่มันคุกรุ่นอยู่แล้วยิ่งแยาลงไปอีก คุณรู้ไหมว่าการกระทำเช่นนั้นนอกจากจะไม่ทำให้กลับมาคืนดีกัน ความรักที่คุณสองคนเคยมีให้แก่กันก็รังแต่จะลดน้อยลงไปกว่าเดิมอีกด้วย
4. ตำหนิกันไปมา
เป็นเรื่องดีหากคนสองคนจะเปิดใจพูดกันว่าต่างฝ่ายต่างมีข้อเสียที่ต้องปรับปรุงอย่างไรแต่บรรยากาศที่ไม่เป็นใจอาจทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้าย คุณคงไม่อาจเปิดใจกว้างรับฟังคำตำหนิจากอีกฝ่ายในขณะที่ความโกรธเข้าครอบงำจตใจเป็นแน่ ถ้าอยากจะพูดเป็น 'ครั้งที่ล้าน'
ติเตียนกันแล้วล่ะก็ ...รอให้อารมณ์เย็นกว่านี้ก่อนดีไหม?
5. โยนข้าวของใส่กัน
ข้าวของในที่นี่คงไม่ได้หมายความว่าเป็นการปาหมอนใส่กันอย่างในมิวสิควิดีโอ แต่เป็นของใกล้มือ ไม่ว่าจะแก้วน้ำ จาน ชาม ของแข็ง หรืออาจจะของมีคม ที่ให้ผลไม่ดีด้วยประการทั้งปวง เพราะนอกจากของจะเสียแล้ว คุณก็อาจจะเจ็บตัว และยังได้แผลเป็นของแถมจากการทะเลาะกันอีกด้วย
คงเป็นเรื่องแย่ถ้าหากคุณจะต้องทนฟังถ้อยคำหยาบคายจากอีกฝ่าย ซึ่งมันคงจะไม่แปลกอะไรหรอกถ้าฝ่ายนั้นเป็นผู้ชาย ดังนั้นคุณสาวๆ โปรดจำไว้ไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายสักแค่ไหน ถ้าคำหยาบจะหลุดจากปากก็ขอให้เป็นวิธีสุดท้ายที่จะเลือกใช้อย่าปล่อยให้บรรยากาศพาไปเป็นอันขาดเชียว เพราะนอกจากจะทำให้ผู้หญิงเราดูแย่แล้ว เปอร์เซ็นต์ที่จะเลิกกันก็มีสูงตามไปด้วย
7. พาดพิงไปถึงพ่อแม่พี่น้องหรือเพื่อนของอีกฝ่าย
อย่าปล่อยให้เรื่องส่วนตัวกลายเป็นเรื่องส่วนรวมคุณอาจจะทะเลาะกันก็ขอให้อยู่แต่ในบ้าน แต่อย่าได้พาลไปถึงคนอื่นเป็นอันขาดเชียว โดยเฉพาะคุณสาวๆ พึงรู้เอาไว้ว่าเรื่องเพื่อนสำหรับผู้ชายถือเป็นของต้องห้ามคุณพาดพิงแม้เพียงนิดเดียว เรื่องเล็กๆ มันอาจจะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาได้ ในขณะเดียวกันคุณก็ไม่ควรกล่าวอ้างไปถึงญาติพี่น้องเขาด้วย เพราะนอกจากจะเป็นการลามปามอย่างไม่รู้กาละเทศะ คุณก็อาจกลายเป็นยายตัวร้ายในสายตาคนรักโดยไม่รู้ตัว
8. ไม่พูดด้วย
ไม่เสมอไปที่ความเงียบจะทำให้คนสองคนเข้าใจกัน การไม่พูดไม่จาอาจทำให้ได้ผลดีบางครั้ง แต่คุณสาวๆ ต้องอย่าลืมว่าในเรื่องที่ละเอียดอ่อนมนุษย์ผู้ชายที่มาจากดาวอังคารเขาไม่มีวันเข้าใจ การปิดหากเงียบจึงไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง คุณควรลดทิฐิในตัวเองลงเสียบ้างแล้วหันมาเปิดอกคุยกันด้วยความละมุนละไมจะดีกว่า

.jpg)

